วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

เรื่องราวของโฮชิ แมวน้อยที่มาจากดวงดาว


          วันที่ 7 ตุลาคม 2556 ช่วงบ่าย น้าเป้า คนขับรถปูนที่ร้านกือหลีนำลูกแมวน้อยตัวนี้มาหาเรา ถามว่ารับเลี้ยงได้มั้ย สภาพเรา ณ ตอนนั้น แมวที่บ้านก็หลายตัวอยู่นะ ก็เลยบอกให้น้าเป้าไปถามน้าหนูขายฝรั่งแช่บ๊วยก่อน เพราะเขามีแม่แมว ปรากฎว่า น้าหนูไม่รับ น้าเป้าเลยพากลับมาหเราอีกครั้งหนึ่ง เล่าให้ฟังว่าไปเห็นเจ้าตัวนี้มันกระดึ๊บ ๆ ที่ท้ายกระบะทราย น้าเป้าจะไปลงทราบที่ร้านเลี่ยงเอี๊ยะ สระบุรี ออกรถไปตั้งแต่เช้า คาดว่าแม่แมวคงโดดหนีไปแล้ว เช้านั้นฝนตกด้วย เจ้าตัวเล็กนี่ก็เปียกมะลอกมะแลก พอจะเททรายลงก็ไปเห้นเข้าเลยเอามาห่อผ้าซื้อนมกล่องให้กินก่อน เราก็เลยรับเลี้ยงไว้ นับจากนั้น เรื่องราวของโฮชิน้อย ก็เริ่มขึ้น

          ต้องหาลัง หาผ้ารองนอนอุ่น ๆ ต้องกกไฟให้โฮชิต้องซื้อนมแพะ ซื้อขวดนม ซื้อไกร๊ฟวอเตอร์แก้ท้องอืด ซื้อสำลี ซื้อทิชชู่ ต้องต้มน้ำร้อนใส่กระติกสำหรับอุ่นนมแพะ และลวกขวดนม ตอนนั้นนมแพะกระป๋องละ 50 บาท แล้วโฮชิน้อยเนี่ยกินจุม๊ากมาก เดี๋ยวกระป๋อง ๆ กินเสร็จต้องเอาสำลีชุบน้ำอุ่นมากระตุ้นบริเวณก้นและจุ๊ดจู๋ เพื่อทำให้เค้าขับถ่าย เนื่องจากยังขับถ่ายเองไม่เป็น ต้องอาศัยกระตุ้นด้วยน้ำอุ่น ๆ วันแรก ไม่อึ๊ แต่ฉี่ วันที่สอง ไม่อึ๊อีก ได้แต่ฉี่ เอาล่ะวา สถานการณ์ไม่ดีแล้ว อิแม่จะทำไงดี



       

          หมอก็ไม่มี ต้องเอากระติกเล็ก ๆ วางผ้านุ่ม ๆ แล้วก็เอาโฮชิใส่ไป ปิดฝา ให้หายใจทางที่เสียบหลอดดูด เพราะว่าโฮชิตัวเล็กมาก กลัวโดนลมแล้วจะไม่สบาย แล้วก็ขับมอร์เตอร์ไซด์พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลสัตว์อ่างทอง ให้หมอตรวจ หมอก็ให้ยาที่ทำให้อึ๊อ่อนตัว ขับถ่ายง่ายขึ้น และวิตามินบำรุงอีกขวด พอได้กินยา ก็อึ๊ได้ง่ายขึ้น จึงต้องพาโฮชิไปหาหมอทุกอาทิตย์ นับจากนั้น






          โฮชิต้องกกไฟทั้งวันทั้งคืน ถ้าช่วงกลางวัน ๆ ไหนอากาศร้อนก็ไม่ต้องกก เพราะว่าตัวเล็ก แม่ไม่มี ต้องให้ความอบอุ่นด้วยหลอดไฟฟ้านี่แหละ แล้วก็ยกน้องกระต่ายให้ไว้เป็นพี่เลี้ยง เวลาหนาวมาก ๆ ก็ดันกระต่ายให้คว่ำลง แล้วก็มุดไปนอนใต้พุงกระต่าย เวลาร้อนก็ดันกระต่ายให้หงายท้อง แล้วก็นอนบนขากระต่ายแบบในภาพเนี่ยค่ะ ดันจนกระต่ายดำไปหมด ต้องซักบ้างไรบ้าง คริ ๆ







       หมอสั่งว่าให้โฮชิกินนมครั้งละ 1.5 ซีซี แต่นมแค่นั้นไม่พอยาไส้ โฮชิต้องกินให้พุงกางท้องใส ต้อง 3 ซีซี เท่านั้น ถึงจะหยุดร้อง ไม่งั้นจะร้องดังไปสามบ้านแปดบ้านเชียวล่ะ หลังจากที่เลี้ยงโฮชิมาได้ 4 วัน ก็เริ่มลืมตา แสดงว่าโฮชิต้องเกิดก่อนนี้ประมาณ 3 วัน (แมวพออายุ 7 วันจะเริ่มลืมตาค่ะ)








          แขน ขา เล็กเท่าปลายตะเกียบค่ะ เหมือนเอเลี่ยนไม่มีผิด แต่ก็ต้องไปหาหมอทุกอาทิตย์เหมือนเดิม เขี้ยวยังไม่ขึ้น ฟันยังไม่มีค่ะ
ใครมาเห็นก็ขำกันทุกคนว่านี่มันตัวอะไรกันแน่ สีขนยังไม่ชัด แต่มีเพื่อนเพิ่มอีก 1 ตัวคือ ไอ้นิกโกร เอาไว้กอดรัดฟัดเหวี่ยงตามแต่แรงจะมีค่ะ







          โฮชิกินนมทุก 2 ชั่วโมงค่ะ ทั้งกลางวันและกลางคืน ท้องโฮชิเป๊ะมาก 2 ชั่วโมงปุ๊บ โฮชิร้องปั๊บ แอ้ ๆ ๆ อึด ๆ ๆ ๆ เป็นแบบนี้ตลอด พอแอ้แรกปุ๊บอิแม่ต้องสลัดผ้าห่มปั๊บ หิ้วกล่องลูกออกมา เทน้ำร้อนอุ่นนม ป้อนนมลูก เสร็จแล้วก็ต้องเอาสำลีชุบน้ำอุ่นกระตุ้นให้ลูกฉี่ แล้วก็นอนต่อ ส่วนช่วงกลางวันเป็นหน้าที่คุณยายค่ะ เพราะอิแม่ไปขายของที่กือหลี









          พอตามองเห็นชัดดี แขนขาแข็งแรง ก็ต้องหากรงให้ กันเดินเที่ยวตกใต้ถุนบ้าน และกันแมวนักเลงกัด ต้องเพิ่มกะละมังใส่ทรายแมวให้ขับถ่าย พอวางกะละมังทรายให้แค่นั้นแหละค่ะ ไม่ต้องสอนเลย ใช้เป็นทันทีทันใด สะอาด เรียบร้อยทุกอย่าง











          เด็กน้อยตัวนี้กินนมเก่งมาก มือไม้ไขว่ไปหมดเพื่อแย่งจะกินนม ดู ๆ ไปแล้วก็น่าสงสาร แทนที่จะได้กินนมจากอกแม่ ได้นอนซุกแม่ กลับต้องมากินนมแพะจากขวด นอนซุกกระต่าย แทนที่แม่จะคอยเลียทำความสะอาดให้ กลับต้องเป็นคนที่คอยเช็ดขนทำความสะอาด ชีวิตหนอ รอดมาได้ก็บุญโข


          เห็นลูกกินเก่งขนาดนี้ก็เบาใจว่าลูกต้องรอดแน่ ไม่เหมือนเมื่อก่อนตอนรับเลี้ยงแรก ๆ ลุ้นทุกวัน ว่าจะรอดไหม เรานี่ก็เก่งแฮะ เลี้ยงรอดได้ แต่อย่ามีแบบนี้บ่อยนักแล้วกัน เพราะลูกแมวเล็ก ๆ แบบนี้รอดชีวิตยากมาก


          พอเขี้ยวและฟันเริ่มขึ้นเราก็เริ่มให้ โฮชิ กินเนื้อไก่สดต้มสุกสับค่อนข้างละเอียดทุกเช้า เพื่อเสริมโปรตีน และให้หัดเคี๊ยวเป็น ควบคู่ไปกับกินนมแพะด้วย อร่อยมาก กินหมดทุกวันเลยค่ะ

       
          พอแขนขาเริ่มแข็งแรง เพื่อเล่นที่ดีที่สุดก็ไม่พ้นคนอีกแหละ เป็นการผ่อนคลาย เพิ่มประสบการณ์ หัดวิ่ง กระโดด หัดตบ และขู่ งับ ๆ ๆ ๆ แววดุเริ่มปรากฏ เพราะเล่นไป งับไป ขู่ไป 


          รูปนี้ โฮชิ อายุสองเดือนกว่า ๆ ตามธรรมดาแมวอายุประมาณนี้ขนจริงจะเต็มตัวหมดแล้ว แต่นี่ขนที่ตัว โฮชิ ยังเป็นขนอ่อนแบบขนเป็ดอุย ๆ พอง ๆ ทั้งตัวอยู่เลย รูปร่างหน้าตาเริ่มหล่อแล้วค่ะ สัญลักษณ์เด่นในตัวเริ่มฉายออกมา หู 2 ข้างดำ หน้าดำ มือเท้าทั้ง 4 ดำ หางดำ และจุ๊ดจู่ดำค่ะ ระบบขับถ่ายเป็นปกติ สังเกตุที่ท้องนะคะ ท้องเต่งตึง ใสเน๊ะเลยค่ะ

          


          น้องขวัญ พี่ชายต่างสายเลือดของ โฮชิ น้องขวัญรักโฮชิ คอยเลียทำความสะอาดให้ เป็นเพื่อนเล่น เป็นคู่ซ้อมที่ดีทีเดียว โฮชิ เองก็ติดพี่ขวัญ อยากนอนด้วย อยากเล่นด้วย เวลาน้องต้องเข้ากรงนอน ขวัญก็จะมามอง ๆ ดูว่าน้องทำอะไร พอน้องออกมาจากกรงก็มารอเล่นด้วย น่ารักจริง ๆ 

          รูปนี้กำลังมีเนื้อมีหนังค่ะ โฮชิใกล้จะ 3 เดือน สังเกตุที่พุงนะคะ เต่งตึง ใสจนเห็นเส้นเลือด เพราะว่ากินเก่งมากจนเป็นสาเหตุให้พุงย้อยจนทุกวันนี้ หลังจากที่ถ่ายรูปนี้ไม่กี่วันก็ท้องเสียอย่างแรงเพราะกินตับไก่ย่างจนน้ำหนักลงฮวบ ๆ นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว เราต้องพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลสัตว์อ่างทอง ก็ไม่หาย ต้องพาไปหาน้าหมอหลังโรงพัก ฉีดยาเข็มเดียวหายเลย แต่น่าเสียดาย น้าหมอปัจจุบันไม่ค่อยจะยอมรักษาแล้ว 

          น้องขวัญเป็นพี่เลี้ยงที่ดีมากของโฮชิ ไม่ค่อยห่างกันเท่าไหร่ โฮชิจะคอยเลียนแบบน้องขวัญทั้งท่านอน และความกวนทีน โฮชิชอบเล่นกับน้องขวัญที่สุด แต่น่าเสียดาย น้องขวัญเป็นพี่เลี้ยงให้โฮชิได้ไม่กี่เดือน น้องขวัญก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ครั้งสุดท้ายที่เห็นคือช่วงเย็น น้องขวัญลงไปเดินเล่นริมน้ำหลังบ้านแล้วไม่กลับมาอีกเลย คิดถึงจังน้องขวัญ

          น้องขวัญเป็นพี่เลี้ยงที่ดีมากของโฮชิ ไม่ค่อยห่างกันเท่าไหร่ โฮชิจะคอยเลียนแบบน้องขวัญทั้งท่านอน และความกวนทีน โฮชิชอบเล่นกับน้องขวัญที่สุด แต่น่าเสียดาย น้องขวัญเป็นพี่เลี้ยงให้โฮชิได้ไม่กี่เดือน น้องขวัญก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ครั้งสุดท้ายที่เห็นคือช่วงเย็น น้องขวัญลงไปเดินเล่นริมน้ำหลังบ้านแล้วไม่กลับมาอีกเลย คิดถึงจังน้องขวัญ

          น้องขวัญเป็นพี่เลี้ยงที่ดีมากของโฮชิ ไม่ค่อยห่างกันเท่าไหร่ โฮชิจะคอยเลียนแบบน้องขวัญทั้งท่านอน และความกวนทีน โฮชิชอบเล่นกับน้องขวัญที่สุด แต่น่าเสียดาย น้องขวัญเป็นพี่เลี้ยงให้โฮชิได้ไม่กี่เดือน น้องขวัญก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ครั้งสุดท้ายที่เห็นคือช่วงเย็น น้องขวัญลงไปเดินเล่นริมน้ำหลังบ้านแล้วไม่กลับมาอีกเลย คิดถึงจังน้องขวัญ


          ในที่สุด ก็เลี้ยงโฮชิจนรอดปากเหยี่ยวปากกา หล่อมาก ลักษณะดี สอบถามไปยังศูนย์อนุรักษ์แมวไทยที่อัมพวา ลุงกำนันปรีชาบอกว่า เป็นสายพันธุ์ผสม ระหว่าง วิเชียรมาศ และ ศุภลักษณ์ นิสัยเอาแต่ใจตัวเอง ไม่ชอบให้คนแปลกหน้าแตะต้อง แรก ๆ จะขู่ ถ้าขู่แล้วไม่เชื่อทีนี้จะทั้งตบ ทั้งกัดเชียวล่ะค่ะ


            ทุกเย็นจะต้องมานอนซบไหล่กัน แล้วก็หลับไปเลย อบอุ่นที่สุด ดูหน้า ดูตา ก็รู้ คริ ๆ 

          ไม่รู้ว่าได้ความคิดนี้มาจากใคร ชอบนอนในกะละมังอึมาก (เฉพาะตอนเปลี่ยนทรายให้) คงจะเย็นดี นอนตั้งแต่ตัวเล็กจนคับกะละมัง








           และแล้ว โฮชิ ก็เริ่มโตเป็นหนุ่ม ต้องผ่านความเจ็บปสดจากการเจี๋ยนไข่ออก แต่ความซน ความแซ่บ เหมือนเดิมและเพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ พอ ๆ กับมาดนายแบบใหญ่ ถ่ายรูปให้จะจิกตามองกล้องแบบมืออาชีพ จนกระทั่ง ถึงเวลาที่ โฮชิ จะต้องเป็นพี่เลี้ยงให้น้อง ๆ บ้าง


          เด็ก ๆ เหล่านี้เป็นลูกของน้องมีสตางค์ จากซ้าย ไข่ตุ๋น ไข่ฟู ไข่หวาน และโฮชิ พี่เลี้ยงแสนดี เฝ้าน้อง เล่นกับน้อง ดูแลน้องเป็นอย่างดี ขาดน้องไข่ฟูคนสวยอีกตัว


              น่าเสียดายที่ น้องไข่หวาน เลี้ยงมาได้ไม่กี่เดือน ก็หมดอายุขัย นั่งอยู่ในบ้านดี ๆ ก็สะดุ้งเฮือกแล้ววิ่งออกไปหน้าบ้าน พอดีรุมอร์เตอร์ไซด์วิ่งผ่านมาด้วยความเร็ว ทับคอน้องขวัญตายทันที ทั้ง ๆ ที่ ไข่หวานเริ่มตีสนิทกับโฮชิได้แล้วด้วย











          ซักวันนึง เราคงได้พบกันอีกครั้งนะจ้ะน้องไข่หวาน กลับมาอุปถัมภ์ค้ำชูกันอีกครั้งนึง

















          ดีใจมากที่เลี้ยงโฮชิรอดตาย มีความสุขมากที่ได้อยู่ด้วยกัน นอนด้วยกัน เล่นกันทุกวัน แต่มีแบบนี้บ่อย ๆ ก็ไม่ไหว ลุ้นทุกวันว่าน้ำหนักลูกจะขึ้นมั้ย จะอึออกมั้ย จะกินได้หรือเปล่า ไม่สบายตรงไไหนบ้างมั้ย คำว่า รัก ไม่ได้หมายถึงระหว่งมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น รัก ไม่มีพรหมแดน ถูกต้องที่สุด


สุดที่รักของหม่ามี๊ แมวน้อยตูดใหญ่ นายโฮชิฮับ

       

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แด่...นังสางหมาวัด

     รูปนี้เป็นรูปสุดท้ายของนังสาง ถ่ายไว้เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 ตุลาคม 2564 ที่วัดขวิด บ้านใหม่ของนาง นางมาอยู่ที่นี่ได้ไง บ้านเก่านางล่ะ ท...